วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

ทำนาชีวภาพ

ทำนาราคาประหยัด ปลอดภัย ไร้สาร!! นาชีวภาพ ข้าวปลอดสารฯ
โดย อาจารย์ไพรัตน์ เลื่อนไธสง Pairat Luanthaisong
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ โทร 043 811128

นาข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (ปุ๋ยหมักแห้งหรือโบกาฉิ) 200 กิโลกรัม โดยแบ่งใส่เป็นระยะดังนี้1. ระยะไถพรวน หว่านปุ๋ยชีวภาพประมาณ 100 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ให้ทั่ว ผสมน้ำหมักพืช (หรือจุลินทรีย์อีเอ็ม ) 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร ในน้ำ 200 ลิตร (1 ถังแดง) ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ฉีดพ่น หรือรดให้ทั่วแล้วไถพรวนทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ในน้ำหมักพืชย่อยสลายวัชพืช และเร่งการงอกของเมล็ดข้าวที่หกหล่น และวัชพืช หลังจากไถพรวนแล้ว 15 วัน ให้ฉีดพ่นน้ำผสมน้ำหมักพืช และกากน้ำตาลในอัตราส่วนเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง แล้วไถกลบเพื่อทำลายวัชพืชให้เป็นปุ๋ยพืชสด2. ไถคราด พ่นน้ำหมักพืชผสมกากน้ำตาลและน้ำในอัตราส่วนเท่าเดิมให้ทั่วอีกครั้งหนึ่ง แล้วไถคราดเพื่อเตรียมปักดำ3. หลังปักดำ 7-15 วัน หว่านปุ๋ยชีวภาพ (ปุ๋ยหมักแห้ง) 30 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืช(หรือจุลินทรีย์อีเอ็ม) ในอัตราส่วนน้ำหมักพืชและกากน้ำตาลอย่างละ 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร4. ข้าวอายุ 1 เดือน หว่านปุ๋ยชีวภาพ 30 กิโลกรัมต่อไร่แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืชในอัตราส่วนน้ำ 200 ลิตร ต่อน้ำหมักพืชและกากน้ำตาล อย่างละ 1 ลิตร(สูตรเดิม)
5. ก่อนข้าวตั้งท้องเล็กน้อย หว่านปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยหมักแห้ง 40 กิโลกรัมต่อไร่แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืช ในอัตราส่วนน้ำ 200 ลิตร กับน้ำหมักพืช(หรือจุลินทรีย์อีเอ็ม) และกากน้ำตาลอย่างละ 1 ลิตร6. การป้องกันศัตรูพืช ใช้บรเพ็ด หรือที่อิสานเรียกเครือขอฮอ สด 2 กก.ตัดเป็นท่อนยาว 1 ข้อนิ้วมือ ทุบหรือตำให้แตก แช่ข้าวปลูก 12 กก. ทิ้งไว้ 1 คืนป้องกัน หนอนกอได้เป็นอย่างดี7. การทำลายวัชพืช สำหรับการทำนาข้าวและพืชไร่ หลังจากมีการใช้น้ำหมักพืช(หรือ จุลินทรีย์อีเอ็ม) และปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพแล้ว จะทำให้เมล็ดหญ้าที่พักตัวอยู่ เร่งการงอกขึ้นมาทั้งหมด ทำให้เราสามารถกำจัดวัชพืชได้โดยการไถพรวน เป็นการตัดวงจรชีวิตของวัชพืชเหล่านั้น และมีการหมักทับเป็นปุ๋ยชีวภาพอีกประการหนึ่งด้วย
การทำนาข้าวหอมมะลิ หรือ กข.6(ข้าวนาปี)ต้องตกกล้าต้นเดือนกรกฎาคม ไปปักดำปลายเดือนกรกฎาคม อย่าให้กล้าแก่เกิน 1 เดือน อย่ารีบทำนาจะได้ผลผลิตต่ำ หากเป็นนาหว่านให้หว่านปลายกรกฎาคม หรือต้นสิงหาคม ใช้ข้าวปลูก 20-25 กก.ต่อไร่ หากนาดำใช้ข้าวปลูก 5-6 กก.ต่อไร่ ดำกลีบเดียวดีที่สุด หรือไม่ควรเกิน 2-3 กลีบ
หอยเชอรี่หมัก ทั้งตัวทั้งเปือกบดทั้งไข่ให้ละเอียด 1 กก+ กากน้ำตาล 1 กก. ผสมให้เข้ากัน หมักไว้หนึ่งเดือน คนทุกๆวันหรือจนหมดฟอง ใช้ได้ หรือเติมเชื้อ พด.2 ของกรมพัฒนาที่ดิน 200 กก/ 1 ซอง เป็นไว ใช้ทำนาแทนน้ำหมักพืช เยี่ยมยอดจริงๆ หากมีกลิ่นเหม็นแสดงว่ากากน้ำตาลไม่พอ ให้เติมกากน้ำตาลอีก
แก้ปัญหาความยากจนด้วยแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
ร่วมเฉลิมฉลองทรงครองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี 2549
ความร่วมมือ ธ.ก.ส. สกลนคร และ มทร.อีสาน กาฬสินธุ์

เอกสารเผยแพร่บริการวิชาการแก่ชุมชน ฝ่ายบริการวิชาการ กองวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์

ทำนาปรังคุณภาพ

การทำนาปรัง

พันธุ์ข้าว
พันธุ์ข้าวที่ใช้ต้องใช้พันธุ์ที่ไม่ไวต่อช่วงแสงเช่น ชัยนาท-1 ปทุมธานี-1 สุพรรณบุรี กข.10 หรือสันป่าตอง-1 หรือข้าวไม่ไวแสงทุกพันธุ์ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 100-120 วัน อัตราใช้เมล็ดพันธุ์นาหว่าน 20-25 กก./ไร่
การเตรียมดิน
การปรับพื้นที่นาหรือการปรับเทือกให้สม่ำเสมอ จะทำให้ควบคุมน้ำได้สะดวก การงอกของข้าวดีเติบโตสม่ำเสมอ การไถไห้ไถดะทิ้งไว้ 10 วันให้วัชพืชงอกก่อน แล้วไถแปร คราดให้ดีเพื่อกำจัดวัชพืช แล้ทำเทือกเหมือนกับจะตกกล้า การทำเทือก ควรทำก่อนหว่านข้าวหนึ่งวัน เพื่อให้ตะกอนตกดีเสียก่อน แล้วแบ่งกระทงนาออกเป็นแปลงย่อยๆ ขนาดกว้าง 3-5 เมตร ยาวตามความยาวของกระทงนาการแบ่งอาจใช้วิธีแหวกร่อง หรือใช้ไหกระเทียมผูกเชือกลากให้เป็นร่องก็ได้ เพื่อให้น้ำตกลงจากแปลงให้หมด และร่องนี้ยังใช้เป็นทางเดินระหว่างหว่านข้าว หว่านปุ๋ย ได้สะดวก
การหว่านข้าวงอกหรือหว่านน้ำตม โดยการนำเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ถูกเพาะให้งอก มีขนาดตุ่มตา (มีรากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) แล้วจึงหว่านลงในกระทงนา วิธีเพาะให้นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำ 1 คืน แล้วเอาขึ้นจากน้ำ กองในที่ร่มห่มไว้ด้วยกระสอบป่านชุบน้ำ 2 วัน ข้าวก็จะงอกรากออกมา นำไปหว่านได้ต้องหว่านให้เสมอ หากไม่ชำนาญให้ทำแปลงย่อยแคบๆคือประมาณ 3 เมตร
การคุมน้ำ
ปกติจะเริ่มปล่อยน้ำเข้านาหลังหว่านข้าวประมาณ 10 วัน ระดับน้ำที่ดีคือไม่เกิน 5 ซม. หากน้ำมากข้าวจะยืดตัวเปลืองปุ๋ยมากได้ข้าวน้อย

การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยครั้งที่1 สูตร 16-16-8 หรือ 16-8-8 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ประมาณ 20-30 วันหลังหว่านข้าว
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หรือปุ๋ยแต่งหน้าให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 5-15 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะกำเนิดช่อดอก(เริ่มตั้งท้อง) หรือ 30 วันก่อนข้าวออกดอก (ช่วงเตรียมดินควรใส่ปุ๋ยปูน โดโลไมท์ 2-4 กระสอบ/ไร่)

การใช้ปุ๋ยที่ดีมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องใส่ผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์(หรือปุ๋ยชีวภาพ) โดยใสปุ๋ยคอก 500-1000 กก./ไร่ (หรือปุ๋ยชีวภาพหมักเองประมาณ 250 กก./ไร่) แล้วลดปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่ง หรือ ใส่เพียงหนึ่งในสามของอัตราแนะนำ ข้าวไม่ไวแสงหรือข้าวนาปรังจะตอบสนองปุ๋ยดีมาก คือใส่มากได้มากใส่น้อยได้น้อย แต่การทำนาไม่ใช่ให้ได้ข้าวสูงสุด ต้องทำให้ต้นทุนต่ำสุด เกษตรกรจึงควรพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุน

การป้องกันกำจัดหอยเชอรี
การป้องกันและกำจัด ควรใช้หลายวิธีร่วมกัน1). ใช้วัสดุกั้น ทุกทางที่น้ำเข้าได้ด้วยเฝือกและตาข่าย 2). เก็บตัวหอยและไข่ด้วยกระชอนที่มีด้ามยาวและที่แซะไข่แล้วนำไปทำลายทุกสัปดาห์ ตลอด 6 อาทิตย์แรก3). ใช้สารกำจัดหอย ทันทีหลังปักดำเสร็จ หรือหลังไขน้ำเข้านาแล้ว 1 – 2 ชั่วโมง และต้องมีน้ำสูง 5 เซนติเมตร ตามคำแนะนำ



เอกสารโดย: อาจารย์ไพรัตน์ เลื่อนไธสง Pairat Luanthaisong โทร 043 811128
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์

การคัดพันธุ์ข้าวจากข้าวกล้อง

การคัดพันธุ์ข้าวจากข้าวกล้อง
เป็นวิธีการคัดพันธุ์ข้าวที่มีการปนมากหรือกลายพันธุ์ มีท้องไข่หรือท้องปลาซิว เป็นการคัดแม่พันธุ์แท้กลับมา ผู้คัดต้องรู้ลักษณะประจำพันธุ์ของข้าวพันธ์ที่คัด หรืออาจดูจากลักษณะเมล็ดพันธุ์ข้าวที่คัด หรือก็คือพันธุ์ข้าวที่มีมากที่สุดนั่นเอง ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ยังมีจมูกข้าวหรือส่วนที่จะงอกเป็นต้นข้าวอยู่ ดังนั้นการคัดต้องเลือกเฉพาะเมล็ดที่มีจมูกข้าวสมบูรณ์อาจทำได้ 2 วิธีคือ

1.การแกะข้าวกล้องด้วยมือสำหรับต้องการเชื้อพันธุ์แท้ไม่มาก

มีขั้นตอนดังนี้
1. นำเมล็ดข้าวเปลือกสายพันธุ์ที่ต้องการมาประมาณครึ่งกิโลกรัม
2. ฝัดทำความสะอาดเพื่อให้เมล็ดลีบออกไป
3. แกะเปลือกด้วยมือโดยแกะจากทางด้านหางของเมล็ดข้าวเพื่อไม่ให้จมูกข้าวถูกทำลาย
4. เลือกข้าวกล้องเมล็ดสมบูรณ์ตรงตามสายพันธุ์ และเมล็ดมีความมันวาว ไม่เป็นโรค ไม่เป็นท้องไข่หรือท้องปลาซิวให้ได้จำนวนประมาณ 100 เมล็ด ที่สำคัญจมูกข้าวต้องไม่หัก
5.นำเมล็ดข้าวกล้องที่คัดเลือกได้ไปเพาะเป็นต้นกล้า

2. การกะเทาะด้วยเครื่องสีข้าวกล้อง
มีขั้ตอนดังนี้
1. นำเมล็ดข้าวเปลือกพันธุ์ที่ต้องการมาประมาณ 1-2 กิโลกรัม หรือตามต้องการ
2. ฝัดทำความสะอาดเพื่อให้เมล็ดลีบออกไป
3. นำข้าวเปลือกไปสีด้วยเครื่องสีข้าวกล้อง
4. นำข้าวกล้องที่สีได้มาฝัด
5. เลือกข้าวกล้องเมล็ดสมบูรณ์ตรงตามสายพันธุ์ เมล็ดมีความมันวาว ไม่เป็นโรค และ ไม่เป็นท้องไข่หรือท้องปลาซิวให้ได้จำนวนตามที่ต้องการ ที่สำคัญจมูกข้าวต้องไม่หัก
6. นำเมล็ดข้าวกล้องที่คัดเลือกได้ไปเพาะเป็นต้นกล้า

หลักการเพาะและปลูกข้าวจากข้าวกล้อง
1. ล้างเมล็ดข้าวที่คัดไว้ให้สะอาด ระวังอย่าให้จมูกข้าวหัก
2. แช่น้ำสะอาดให้เมล็ดเริ่มแทงราก
3. นำไปปลูกในดินหรือกระถางที่เตรียมไว้ หากปลูกในดินให้ปลูกให้เป็นแถวห่างกันประมาณ 30-45 ซม. หากปลูกในแปลงนาต้องระวังข้าวที่ไม่ต้องการเกิดปนมา ต้องกำจัดทิ้ง
4. ระวังมดกินเมล็ดข้าวเพราะข้าวกล้องหอมมดชอบกิน อาจต้องทำคูน้ำเล็กๆกันมด


เอกสารโดย อาจารย์ไพรัตน์ เลื่อนไธสง Pairat Luanthaisong
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ โทร 043 811128
(ข้อมูลจาก มูลนิธิข้าวขวัญ)

ทำนา 100 ถัง ข้าวคือชีวิต

ทำนา 100 ถัง/ไร่ ไม่ใช่เพ้อฝัน ท่านก็ทำได้ แล้วทำไมเราไม่ทำ?
โดย อาจารย์ไพรัตน์ เลื่อนไธสง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ โทร 043 811128

ปัญหาในการทำนา
วิธีแก้ไข
1. ดินไม่ดี
ดินทรายจัด ขาดอินทรีย์วัตถุ ขาดธาตุอาหารพืช ขาดเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ดินเค็ม
(จุลินทรีย์ เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีอยู่ทั่วไป มีทั้งเป็นประโยชน์และเป็นโทษ)
1. ปรับปรุงดิน โดยเพิ่มอินทรีย์วัตถุ เช่นแกลบดิบ 1-2 รถหกล้อต่อไร่ หรือ ปุ๋ยคอก 1-2 ตัน/ไร่ หรือ ฟางแห้งไร่ละ 1-2 ตัน หากข้าวมีอาการใบเหลืองหว่านปุ๋ยยูเรีย 4-5 กก.ต่อไร่ ควรใช้ ปุ๋ยปูนโดโลไมท์ 50-200 กก.+ภูไมท์* 20-100 กก. หรือปลูกโสนอัฟริกัน 7-10 กก./ไร่เป็นปุ๋ยพืชสดลวกน้ำร้อนจัด แล้วหว่าน 45-60 วันไถกลบ ดินเค็มให้ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยชีวภาพ งดใช้ปุ๋ยเคมี
*ภูไมท์ เป็นแร่ธรรมชาติจากเถ้าภูเขาไฟที่ช่วยจับยึดปุ๋ยไม่ให้ละลายทิ้งไป ทำให้ปุ๋ยเป็นประโยชน์ได้เต็มที่และป้องกันโรคข้าวได้
2. พันธุ์ไม่ดี
พันธุ์พื้นเมืองที่ดี ควรอนุรักษ์ไว้ เช่นข้าวกอเดียว เขาวงกาฬสินธุ์
2. ใช้เมล็ดพันธุ์ดี ที่เก็บถูกวิธีหรือซื้อจากหน่วยราชการแต่เก็บทำพันธุ์ต่อได้ไม่เกิน3- 4 ปีต้องซื้อใหม่เพราะจะมีข้าวปนมาก หรือต้องรู้วิธีคัดพันธุ์ข้าวเอง นาดำ 1ไร่ใช้ข้าวปลูก 4-6 กก./ไร่ นาหว่านใช้ 20-25 กก./ไร่ ข้าวที่หว่านให้แช่น้ำ 1 คืน นำมากองห่มด้วยกระสอบเปียกอีก 1 คืน แล้วนำไปหว่าน
3. ตกกล้าเร็วเกินไป หรือทำนาเร็วเกินไป
กล้าอายุเกิน 30 วันจะแตกกอน้อย ข้าวไวแสง(กข.6,มะลิ) ดำนาเร็วหรือช้าจะออกรวงพร้อมกัน แต่ดำเร็วเปลืองปุ๋ย ฟางมากเมล็ดข้าวน้อย
3. ตกกล้าต้นเดือน กรกฎาคม อายุกล้าที่ดำไม่ควรเกิน 30 วัน ดำนาปลายเดือนกรกฎาคม หรือต้นสิงหาคม นาหว่านก็ทำช่วงเดียวกัน อย่าเร่งปุ๋ยยูเรียใส่กล้าแม้จะงามถอนง่าย แต่อ่อนแอแมลงโรครบกวนได้ง่าย หรือให้ใช้ปุ๋ยคอกในการเตรียมแปลงกล้าหรือใช้ ร็อคฟอสเฟต(ปุ๋ยสูตร 0-3-0) 50-100 กก./ไร่ตอนเตรียมดินในแปลงกล้าหรือแปลงนา ดำนากลีบเดียวแตกกอดีที่สุด
อายุต้นข้าวนับจากปลูกถึงเกี่ยว 120-125 วัน จะให้ผลผลิตสูงสุด
4. ใส่ปุ๋ยไม่ถูกวิธี ใส่ไม่ถูกจังหวะ
ทำให้ข้าวไม่แตกกอ เมล็ดไม่เต็ม ข้าวลีบมากไม่มีน้ำหนัก

(ทำปุ๋ยให้เป็นปุ๋ยละลายช้าก่อนใช้โดย ใช้ปุ๋ย 5 กกพรมน้ำพอเปียก คลุกกับ ภูไมท์ 1 กก. หมักไว้ 1 คืน ก่อนนำไปใช้ ประหยัดปุ๋ยลงได้มาก)
4. ให้ใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง ให้ถูกจังหวะ
ครั้งแรก ปุ๋ยรองพื้น นาดินทรายใช้สูตร 16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 20-25 กก. ใส่ก่อนปักดำโดยหว่านแล้ไถกลบแล้วดำ หรือใส่ในวันปักดำ (ดินเหนียว 16-20-0) นาหว่านใส่ปุ๋ย 10 วันหลังหว่านข้าว ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุรองด้วยจะดีกว่า(มังกานีสและกำมะถัน)
ครั้งที่ 2 ปุ๋ยแต่งหน้า ใช้ปุ๋ยยูเรีย( 46-0-0) 5-10 กก.ต่อไร่ใส่ตอนข้าวท้องอ่อน ถ้าเป็น กข.6 หรือ มะลิ 105 (หรือประมาณวันที่ 20 กันยายน)
ปุ๋ยเคมีต้นทุนสูง ดินเสื่อม ควรหันมาใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก ต้นทุนถูกกว่าบำรุงดินดี ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องผลิตปุ๋ยชีวภาพเองจึงจะคุ้ม
5. มีศัตรูข้าวรบกวน มีวัชพืช

ยาฆ่าหญ้าเป็นอันตรายต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมสูงมากไม่แนะนำให้ใช้
5. ก่อนตกกล้าป้องกันหนอนกอโดย แช่ข้าวปลูก 12 กก. กับเครือขอฮอ(บอระเพ็ด) สดตัดเป็นท่อนสั้นตำพอแตก 2 กก 1 คืน หรือ ใช้เครือขอฮอสด 10 กก./ไร่ หว่านให้ทั่ว
หากมีหอยเชอรี่ปักไม้ล่อหอยมาวางไข่เก็บทำลายทั้งตัวและไข่ กรองน้ำเข้านา ยาเส้น ต้นและใบยาสูบ ปูนขาว ฆ่าหอยได้ กำจัดวัชพืชโดย ปลูกถั่วฮามาต้า เลี้ยงวัวไว้กินหญ้า ตามคันนา การทำนาช้าวัชพืชจะน้อยลง
6.ดินนาขาดจุลินทรีย์ธรรมชาติ
ทำให้การย่อยสลายเศษพืชไม่ดี
ถ้าใส่อินทรียวัตถุมากเกิดข้าวเหลือง ให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย 5 กก./ไร่ แก้ได้
6. ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ เช่น อีเอ็ม หรือชนิดทำเองฉีดพ่นอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้ปุ๋ยชีวภาพ หมักแห้ง 150-200 กก./ไร่ +ปุ๋ยพืชสด+แกลบดิบ จะดีที่สุดทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี
อย่าเผาตอซังหลังเกี่ยวข้าว หว่านปุ๋ยชีวภาพไถกลบไว้ หรือลงแกลบไว้ในหน้าแล้งหว่านปุ๋ยชวีวภาพเมื่อฝนมาแล้วไถกลบ หว่านโสนอัฟริกัน 45-50 วันหว่านปุ๋ยขีวภาพไถกลบทิ้งไว้ 10 วันดำนาได้ ต้นทุนต่ำ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีทุกชนิด
นาชีวภาพ
ใชัปุ๋ยชีวภาพแห้งและน้ำ ปีที่ 1 ใชัปุ๋ยชีวภาพแห้งอัตรา 200 กก./ไร่ แบ่งใส่ 3 ครั้ง ก่อนไถ หลังปักดำ และข้าวอุ้มท้อง หรือใส่ครั้งเดียวก่อนไถกลบ ปีต่อไปใช้ลดลงปีละ 50 กก. หากดินฟื้นตัวมีชีวิตแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ ใช้เพียงน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตรน้ำ/ไร่ + 100-200 ลิตร+ กากน้ำตาล 1 ลิตร ก่อน สาดให้ทั่วนาก่อนไถกลบ หรือ ใส่เมื่อฝนตกหนักในนาข้าว
หรือทำนาแบบขี้เกียจ ง่ายๆ ไถ กลบตอซัง หว่านฟางคลุม ปล่อยน้ำเข้านา พร้อมปุ๋ยน้ำชีวภาพ 1 ลิตร+น้ำ 100 ลิตร+ กากน้ำตาล 1 ลิตรปล่อยตามน้ำไหลเข้านา หรือใช้วิธีสาดให้ทั่วแปลงนา ก่อนไถ หรือปักดำ
การหมักปุ๋ยน้ำชีวภาพ ต้องควบคุมคุณภาพให้ดี หรือ ใช้เชื้อ พด. ของ กรมพัฒนาที่ดิน
หรือใช้เชื้อ อีเอ็ม ของแท้ คุณภาพแน่นอนกว่า